เอ.พี.ไอ จะผลิตสินค้าที่เกี่ยวกับอุปกรณ์แต่งรถ เพื่อเพิ่มสมรรถภาพให้แก่เครื่องยนต์

กระบวนการเผาไหม้หรือกระบวนการสันดาป

การสันดาปเป็นปฏิกิริยาการรวมตัวกัน ของเชื้อเพลิงกับ อ๊อกซิเจนอย่างรวดเร็วพร้อมเกิดการลุกไหม้และคายความร้อน ใน

การเผาไหม้ส่วนใหญ่จะไม่ใช้ออกซิเจนล้วนๆแต่จะใช้อากาศแทนเนื่องจากอากาศมีออกซิเจนอยู่21%โดยปริมาณหรือ

23%โดยนำ้หนัก

กระบวนการสันดาปภายในเครื่องยนต์จะผสมอากาศกับน้ำมันเชื้อเพลิงและเผาใหม้เพื่อให้เกิดพลังงานความร้อนออกมา พลังงานความร้อนจะถูก เปลี่ยนเป็นพลังงานงานกล(เคลื่อนท่ี)ซึ่งใช้ในการขับเคลื่อนเครื่องยนต์ ส่วนผสมระหว่างอากาศและน้ำมันเชื้อเพลิงนี้เรียกว่า Air Fuel Ratio (AFR)

ความหนาแน่นของอากาศ (AIRDENSITY)

ความหนาแน่นของอากาศ(AIRDENSITY)คือมวลของอากาศต่อหนึ่งหน่วยในระบบ SI หน่วยของความ หนาแน่น คือ กิโลกรัมต่อ ลูกบาศก์เมตร (kg/m3)

ในบรรยากาศของโลกยิ่งสูง ขึ้นไปความหนาแน่นของอากาศก็ย่ิงน้อยลงส่วนในมหาสมุทรยิ่งลึกลงไปความหนาแน่นของน้ำก็ยิ่งเพิ่มขึ้น สูตรของความหนาแน่นที่แสดงข้างบนนี้เป็นการหาความหนาแน่นเฉลี่ยของสารโดยทั่วไป ความหนาแน่นของสาร มีค่าขึ้นกับปัจจัย ของสภาวะแวดล้อม เช่น อณุหภูมิและความดัน ความหนาแน่นของแก๊ส จะเปลี่ยนแปลง ตามอุณหภูมิและความดัน

Screen Shot 2558-07-02 at 2.26.34 PM

ความหมาย

MAP =ตัวตรวจจับแรงดันอากาศในท่อไอดี(kPa)
Temp=ตัวตรวจจับอุณหภูมิอากาศ(°F) 459.7=หน่วยในการแปลงค่าจากฟาเรนไฮเป็นอุณหภูมิสมบรูณ์(Fahrenheittoabsolutetemperature) 1728 = หน่วยในการแปลงค่า จาก pounds per cubic feet to pounds per cubic inch.

อุณหภูมิอากาศ(AirTemperature)คือระดับความร้อนที่บอกค่าได้เป็นตัวเลขมีหน่วยเป็นองศาฟาร์เรนไฮห์ (F°) องศาเซลเซียส (C°)

ความสัมพันธ์ระหว่างอุณหภูมิอากาศกับระดับความสูง

1.เมื่ออุณหภูมิากาศเพิ่มขึ้นความหนาแน่นของอากาศจะลดลง

2.เมื่ออุณหภูมิอากาศลดลงความหนาแน่นของอากาศจะเพิ่มขึ้น

Screen Shot 2558-07-02 at 2.36.57 PM

เปรียบเทียบความสัมพันธ์ระหว่างอุณหภูมิอากาศต่อความหนาแน่นของอากาศ

ความดันอากาศหรือความกดอากาศ (Air Pressure) คือความดันของบรรยากาศของโลกหรือความดันของ อากาศในชั้นบรรยากาศต่ำสุดซึ่งเป็นชั้นที่มนษุย์อาศัยอยู่ความดันนี้จะแปรเปลี่ยนไปตามสภาพอากาศและความสูงจาก พื้น ด้น ท่ีระดับ น้ำทะเล ความดันบรรยากาศจะมีค่า(โดยเฉลี่ย) เป็น 101,325 Pa เราเรียกว่า 1 atmosphere (atm)

1 atm = 101.325 kPa

ความสัมพันธ์ระหว่างความกดอากาศกับระดับความสูง

1.เมื่อระดับความสูงเพิ่มขึ้นความกดอากาศจะลดลงและหนาแน่นของอากาศจะลดลง

2.เมื่อระดับความสูงลดลงความกดอากาศจะเพิ่มขึ้นและหนาแน่นของอากาศจะเพิ่มขึ้น

Screen Shot 2558-07-02 at 2.48.50 PM

เปรียบเทียบความสัมพันธ์ระหว่างความหนาแน่นของอากาศต่อระดับความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 

ความชื้นสัมพัทธ์(RelativeHumidity-rH)ซึ่งหมายถึงอัตราส่วนของปริมาณไอน้ำท่ีมีในอากาศขณะนั้นเทียบกับ ปริมาณไอน้ำที่อากาศจะรองรับได้(อิ่มตัว)หากระดับไอน้ำ ณ ขณะนั้นมากเกินกว่า (>100%) ความสามารถของอากาศจะ รองรับได้ ไอน้ำจะควบแน่น (Condensation) และกลายเป็นหยดน้ำในท่ีสุด แรงดันไอน้ำ และความสามารถในการรองรับ ปริมาณไอน้ำ ณ อุณหภูมิที่สูงกว่า จะมีมากกว่าแรงดันไอน้ำ และ ความสามารถ ในการรองรับปริมาณไอน้ำ ณ อุณหภูมิที่ต่ากว่า โดยเหตุนี้การเปลี่ยนแปลงของอณุหภูมิ จะมีผลโดยตรงต่อแรงดันไอน้ำ และความสามารถดังกล่าว ระดับ อุณหภูมิที่ทำให้ไอน้ำเกิดการอิ่มตัว (Saturation) และควบแน่น เรียกว่า จุดน้ำค้าง (Dew Point)

%rH=ความชื้นสมบูรณ์*100/ความชื้นของอากาศอิ่มตัว

เมื่ออากาศมีความชื้นมากจะทำให้น้ำจากแหลง่น้ำต่างๆระเหยได้น้อยรวมทั้งเหงื่อจากตัวเราด้วย ทำให้เรารู้สึก อึดอัดและเหนียวตัวแต่ถ้าอากาศมีความชื้นน้อยน้ำจากแหล่งน้ำต่างๆจะระเหยได้มากเหงื่อจากตัวเราเหยได้มาก ท้ำให้รู้สึกเย็น จนบางครั้งผิวหนังแห้งและแตกความชื้นสัมพัทธ์ 60% เป็นความชื้นในอากาศเหมาะที่จะทำให้เรารู้สึกสบาย

ความสัมพันธ์ระหว่างความชืน้ในอากาศกับความหนาแน่นของอากาศ

1.ความชื้นในอากาศสูงปริมาณอ๊อกซิเจนในอากาศจะน้อย

2.ความชื้นในอากาศต่ำปริมาณอ๊อกซิเจนในอากาศจะมาก

Screen Shot 2558-07-02 at 3.57.50 PM

เปรียบเทียบความชื้นในอากาศต่อปริมาณอ๊อกซิเจนในอากาศ